สาระน่ารู้

ผนังประกอบสำเร็จรูปซีเมนต์โฟม

ผนังประกอบสำเร็จรูปซีเมนต์โฟม

              ในปัจจุบันการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยหลายๆรูปแบบ เช่นคอนโด นั้นนิยมใช้การก่อสร้างด้วยระบบ Precast เป็นอย่างมาก เพราะด้วยปัจจัยหลายๆด้านเช่น  ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั้งระดับช่างฝีมือและแรงงานทั่วไป เนื่องจากสภาพสังคมพัฒนาเปลี่ยนแปลงทำให้ช่างหันไปทำงานอื่นแทน ซึ่งเป็นการใช้ระบบ Precast จะลดจำนวนแรงงานไปได้เยอะมาก หรือว่าจะเป็นปัญหาด้านระยะเวลาในการก่อสร้างที่จำกัดจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนหมดอายุโครงการ และค่าก่อสร้างที่สูงขึ้นหากเลยกำหมดการส่งมอบงาน ผนังคอนกรีต Precast จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ถึงแม้ว่าต้นทุนในการทำชิ้นส่วน ผนังคอนกรีต Precast และการดำเนินการติดตั้งจะสูง แต่ถ้าทำเป็นจำนวนมากก็จะคุ้มค่า เพราะปัจจุบันนอกจากแรงงานขาดแคลนแล้ว ค่าแรงงานก็ค่อนข้างสูงด้วย และอีกหนึงเหตุผลเมื่อใช้วิธีการหล่อชิ้นส่วนก่อนแล้วจึงไปติดตั้ง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของชิ้นงานได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้ง ความเรียบและขนาดที่เท่า ๆ กัน การทำช่องประตูหรือหน้าต่างจะได้ขนาดที่แม่นยำถูกต้อง 
            แต่ด้วยคุณสมบัติค่าการถ่ายเทความร้อนของผนังคอนกรีต Precast ที่มีค่าการถ่ายเทความร้อนค่อนข้างสูง ซี่งทำให้ระบบกรอบอาคารของอาคารที่นิยมใช้ผนังคอนกรีต Precast ในการก็สร้าง เช่น คอนโดมิเนี่ยม ทำให้อาคารดังกล่าวไม่สามารถกันความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ดีเท่ากับ อาคารที่สร้างด้วยวัสดุชนิดอื่นที่มีค่าการถ่ายเทความร้อนค่อนข้างต่ำ อย่างอิฐมวลเบา ซึ่งนั้นหมายถึงการใช้พลังงานของอาคาร และค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน จะสูงตามไปด้วย 


          ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาผนังคอนกรีต Precast ชนิดใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของความแข็งแกร่ง ทนทาน สามารถช่วยให้การก่อสร้างแล้วเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด ทั้งยังมีน้ำหนักเบา สามารถติดตั้งได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักในการติดตั้ง ช่วยแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนได้ และช่วยให้เจ้าของโครงการประหยัดต้นทุนได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานภาพในอาคารได้อีกด้วย วัสดุชนิดนั้นก็คือ "ผนังประกอบสำเร็จรูปซีเมนต์โฟม"  ผนังประกอบสำเร็จรูปซีเมนต์โฟม ประกอบด้วย ซีเมนต์ ทราย โฟม EPS (Expanded Polystyrene) พร้อมด้วยสารเพิ่มการยึดเกาะพิเศษ ประกบด้วยแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์พิเศษหนา 4 มิลลิเมตร ทั้งสองด้าน เพื่อเป็นผิวหน้าโฟม (โพลีสไตรีน) ประกอบด้วยฟองอากาศประมาณ 98% และโพลีสไตรีน 2% นั้นทำให้โฟม (โพลีสไตรีน) มีน้ำหนักเบา และทำหน้าที่เป็นฉนวนความร้อนได้ดี พร้อมกับการใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์พิเศษ ซึ่งเป็นวัสดุคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรง ทนทาน ผิวเรียบ ทันสมัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

จุดเด่นของผนังประกอบสำเร็จรูปซีเมนต์โฟม
1. น้ำหนักเบา โดยมีน้ำหนัก 65-70 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1/4 ของคอนกรีต และ 1/3 ของผนังก่ออิฐทั่วไป เป็นผลให้น้ำหนักรวมของอาคารลดลง สามารถประหยัดราคาค่าโครงสร้างได้
2. ป้องกันการซึมผ่านของน้ำ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตจึงมั่นใจได้ว่าระยะห่างระหว่างรูพรุนภายในและโครงสร้างภายในที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว สามารถป้องกันการแพร่กระจายของความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อทาสีตามมาตรฐานสากล จึงสามารถป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ดีกว่าอิฐทั่วไป
3. การทนไฟ เนื่องจากเป็นผนังเบาที่ผลิตจากวัสดุไม่ลามไฟ โดยจากการทดสอบแสดงให้เห็นว่า Speedwall ที่มีความหนา 10 เซนติเมตร สามารถทนไฟได้นานถึง 3 ชั่วโมง จึงถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้เป็นผนังอาคารตามข้อกำหนดของวสท. ได้เป็นอย่างดี
4. เป็นฉนวนป้องกันเสียง ที่สามารถกันเสียงได้ 40-42 dB ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาและด้วยรูปแบบที่มี EPS Foam เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้กันเสียงได้ดียิ่งขึ้น
5. การวัดขนาดความถูกต้อง ด้วยเทคโนโลยีในการผลิตโดยเครื่องจักรที่ทันสมัย ทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนต่ำ (น้อยกว่า 0.5%)
6. ติดตั้งง่าย สามารถติดตั้งได้กับโครงสร้างทั่วไป ทั้งยังสามารถติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้า ท่อประปา และอุปกรณ์ระบบต่างๆ ได้โดยง่าย ทำให้สามารถลดระยะเวลาการก่อสร้าง และลดค่าใช้จ่ายแรงงานได้อีกด้วย
7. ประหยัด ด้วยคุณสมบัติของ Speedwall ที่มีน้ำหนักเบา ทำให้ลดขนาดและช่วยลดโครงสร้าง รวมถึงช่วยลดต้นทุนด้านแรงงานเมื่อเปรียบเทียบกับการก่ออิฐ
8. ปกป้องสิ่งแวดล้อม เพราะผลิตจากวัสดุอย่างซีเมนต์ Fly ash, EPS และอื่น ๆ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพสูงในกระบวนการรีไซเคิล ทำให้เกิดการลดการใช้พลังงานในการผลิตและขนส่งต่ำ ไม่แพร่กระจายรังสีและสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ถือเป็นผนังประหยัดพลังงานในอุดมคติสำหรับงานก่อสร้าง

    

ขอบคุณที่มาจาก >>
http://www.buildernews.in.th/techproducts/product-knowledge/7364
http://www.nbuiltcompany.com/th/pages/2308-BB-WALL-PANEL-DATA